วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

กิจกรรมเสริมหลักสูตรการฝึกอบรมนักเรียนให้เกิดทักษะการเผชิญเหตุแผ่นดินไหวและภัยพิบัติ

กระทรวงศึกษาธิการได้ตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา และการเตรียมความพร้อมของเยาวชนในการรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งอาจจะมีแนวโน้มที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งและสร้างผลกระทบในวงกว้าง ดังนั้นเพื่อตอบสนองต่อนโยบายระดับชาติในการเสริมสร้างความปลอดภัย กระทรวงศึกษาธิการจึงได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จัดทำกิจกรรมเสริมหลักสูตรการฝึกอบรมนักเรียนให้เกิดทักษะการเผชิญเหตุแผ่นดินไหวและภัยพิบัติ ที่มุ่งเน้นการสร้างองค์ความรู้ ความเข้าใจ และทักษะการเผชิญเหตุให้แก่นักเรียนอย่างเป็นระบบตั้งแต่การศึกษาระดับปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา รวมถึงมีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนรูปแบบต่าง ๆ ตลอดจนการเตรียมความพร้อมเชิงป้องกันให้แก่นักเรียนได้ตระหนักถึงความเสียง การวางแผนรับมือที่ชัดเจนสามารถปฏิบัติตนได้อย่างถูกต้องในภาวะวิกฤตและยังส่งเสริมให้เกิดการถ่ายทอดองค์ความรู้ไปสู่ครอบครัว และชุมชน

กิจกรรมเสริมหลักสูตรการฝึกอบรมนักเรียนให้เกิดทักษะการเผชิญเหตุแผ่นดินไหวและภัยพิบัตินี้ จึงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมและวางอยู่บนหลักการสำคัญที่นำกิจกรรมการเรียนรู้สู่การสร้างความรู้ ความเข้าใจ และสามารถประยุกต์ใช้ความรู้ที่เรียนเพื่อรับมือกับภัยพิบัติได้จริง ทั้งในการเสริมสร้างความรู้และทักษะที่ จำเป็น การส่งเสริมความมั่นใจทักษะการตัดสินใจ การสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยและการมีส่วนร่วมในชุมชน การส่งเสริมคุณลักษณะผู้นำ การทำงานเป็นทีม และการพัฒนานักเรียน ครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชน ให้มีความพร้อมต่อการเผชิญเหตุแผ่นดินไหวและภัยพิบัติในอนาคต https://www.youtube.com/watch?v=8q3FPW27vIU

ส่วนพื้นที่ดำเนินการได้แก่ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่ง สถานศึกษาทุกแห่ง และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนทุกคน ตั้งแต่ระดับปฐมวัย ประถมศึกษา และมัธยมศึกษา ในสังกัด สพฐ. โดยกิจกรรมฯ ครอบคลุมทุกภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในประเทศไทย แผ่นดินไหว, สึนามิ, ดินถล่ม, อุทกภัย, ไฟป่า, วาตภัย, หมอกควัน และภัยแล้ง ทั้งหมด 8 กิจกรรม รวมระยะเวลา 23 ชั่วโมง   พร้อมกำหนดกรอบเวลาจัดกิจกรรม 16 พ.ค. – 20 มิ.ย. นี้


ที่มา  https://www.obec.go.th/1067834

ผลลัพธ์ 3 ด้าน ได้แก่

  • ความรู้ความเข้าใจ (Knowledge)
  • ทักษะ (Skills)
  • และคุณลักษณะ (Attitude)
เพื่อนําไปสู่สมรรถนะหลักทั้ง 6 ด้าน (Core Competencies) ได้แก่
  • สมรรถนะด้านการจัดการตนเอง (Self-Management)
  • สมรรถนะด้านการคิดขั้นสูง (Higher Order Thinking)
  • สมรรถนะด้านการสื่อสาร (Communication)
  • สมรรถนะด้านการรวมพลังทํางานเป็นทีม (Teamwork Collaboration)
  • สมรรถนะด้านการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง (Civic Literacy)
  • สมรรถนะด้านการอยู่ร่วมกับ ธรรมชาติและวิทยาการอย่างยั่งยืน (Sustainable Coexistence with Nature and Science) ในอนาคต

https://swboss.blogspot.com/2024/06/blog-post_85.html

Download เอกสาร

แนวปฏิบัติของโรงเรียนบ้านหัวดอย
  1. นำเสนอผู้อำนวยการ 
  2. ประชุมคณะครูและบุคลากร-แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงาน (นายพีระศักดิ์  สกุลเวช  เป็นผู้รับผิดชอบหลัก)
  3. จัดทำแผนเฉพาะกิจ - รวบรวมข้อมูล เอกสารที่เกี่ยวข้อง (ณัฐปภัสร์ ปริยาภัสร์)
  4. ดำเนินการตามแผน 


วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2567

ผลการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเรียนรวม


"โรงเรียนพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเรียนรวมระดับยอดเยี่ยม"

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต ๑ ได้ขับเคลื่อนนโยบายและจุดเน้นของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านการจัดการศึกษาเรียนรวมสู่การปฏิบัติในระดับสถานศึกษา โดยมีการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเรียนรวมเพื่อส่งเสริมการพัฒนาเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษในโรงเรียนที่จัดการศึกษาเรียนรวมและยกระดับสู่โรงเรียนจัดการศึกษาเรียนรวมคุณภาพต้นแบบ ระดับเขตพื้นที่การศึกษา ในการนี้ คณะกรรมการติดตามและประเมินผลได้ดำเนินการประเมินผลการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเรียนรวมของโรงเรียนกลุ่มเป้าหมายและมีผลการประเมิน

วันจันทร์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2567

กืจกรรมโครงการค่ายเยาวชน


                        โรงเรียนบ้านหัวดอย ได้ปรับการใช้งบประมาณจากเทศบาลตำบลท่าทราย  เพื่อดำเนินการจัดกิจกรรมโครงการอบรมสัมนาเพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชน "ค่ายเยาวชน พัฒนาความรู้ ทักษะชีวิต เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน รู้เท่าทันสื่อ ในยุคดิจิทัล ให้กับนักเรียน ระหว่างวันที่ 17 - 18 เดือน สิงหาคม 2567  เพื่อเป็นการเสริมสร้างศักยภาพของเด็กและเยาวชน ในเขตตำบลท่าสายในการผลิตสื่อผ่านทางโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียนการสอน การค้าขายออนไลน์ หรือการติดต่อสื่อสาร และการเขียนโค้ดโปรแกรมในการสร้างสื่อและนวัตกรรมเพื่อให้ทันต่อยุคสมัยในปัจจุบัน จึงควรมีการเสริมสร้างทักษะด้านการใช้สื่อไอซีทีเพื่อการพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นตำบลท่าสายให้ทันสมัยและทัดเทียมต่อสังคมในยุคปัจจุบัน
ในการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย  ทั้งสถานที่  ว่าจะดูอุปกรณ์  และวิทยากร
ทางโรงเรียนบ้านหัวดอยขอขอบพระคุณหญิงในความกรุณา  ซึ่งโครงการในครั้งนี้เป็นประโยชน์กับนักเรียนอย่างมาก  หวังว่าโอกาสหน้าจะมีโครงการดีๆที่มีประโยชน์แบบนี้ขึ้นไป .../


ขอขอบคุณคณะวิทยากรและคณาจารย์ร่วมให้ความรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพของนักเรียนในการคิดเชิงระบบ การคิดเชิงวิเคราะห์และเชิงสร้างสรรค์ ขยายโอกาสให้ครูและนักเรียน ใช้บอร์ด KidBright เป็นเครื่องมือในการเรียนการสอนทางด้านวิทยาการคํานวณ การ Coding เสริมให้เกิดการศึกษาค้นคว้า ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และการใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระตุ้นให้ นักเรียนเป็นนักประดิษฐ์ มีความสนใจทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีการจัดหา โครงงานสิ่งประดิษฐ์สมองกลฝังตัวด้วยบอร์ด Kidkright มีโอกาสแลกเปลี่ยน ประสบการณ์และความคิดเห็นซึ่งกันและกัน สร้างพื้นฐานความรู้ด้านคอมพิวเตอร์ให้กับ นักเรียน เพื่อมุ่งสู่ Thailand 4.0 อย่างมีประสิทธิภาพ
.....................
ประชาสัมพันธ์โรงเรียนบ้านหัวดอย

วันพฤหัสบดีที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

การดำเนินการขับเคลือนระบบสุขภาพสถานศึกษา ประจำปี 2567


             ด้วย กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ(สช.) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพสถานศึกษา เมื่อวันที่ ๑๗ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๖๖ โดยมีเป้าหมายเพื่อ 
  1. ขับเคลื่อนธรรมนูญสุขภาพสถานศึกษาตามกรอบธรรมนูญว่าด้วยระบบสุขภาพแห่งชาติฉบับที่ ๓ พ.ศ.๒๕๖๕ ให้มุ่งสู่สังคมสุขภาวะ 
  2. ส่งเสริมการพัฒนาระบบสุขภาพสถานศึกษา โดยการบูรณาการความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 
  3. ให้ผู้เรียนมีความรอบรู้ มีทักษะ และมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ในการนี้ เพื่อให้เกิดการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติเป็นรูปธรรม 
              สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต ๑ ขอความร่วมมือท่านดำเนินการตามแนวทางการดำเนินงานขับเคลื่อนระบบสุขภาพสถานศึกษา ด้วยการบูรณาการความร่วมมือในระดับพื้นที่ : เรียนดี มีความสุข คุณภาพชีวิตดี และรายงานแผนการดำเนินงานขับเคลื่อนระบบสุขภาพสถานศึกษา ตามแบบรายงานข้อมูลดังสิ่งที่ส่งมาด้วย ๒  ภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๗ และรายงานผลการดำเนินงานระบบสุขภาพสถานศึกษา ตามแบบรายงานข้อมูลดังสิ่งที่ส่งมาด้วย ๓ ภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ เพื่อสรุปรายงานผลให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานต่อไป
    • แนวทางการดำเนินงานขับเคลื่อนระบบสุขภาพสถานศึกษา
    • แบบรายงานแผนการดำเนินงานระบบสุขภาพสถานศึกษา
    • แบบรายงานผลการดำเนินงานระบบสุขภาพสถานศึกษา

วันอังคารที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2567

โพสต์แนะนำ

กรอบนิยามภัยกลาง 6 มิติ (Common Definition Framework)

  การคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ทางการศึกษา: คุ้มครองสิทธิขั้นพื้นฐาน ความเสมอภาค ปราศจากการเลือกปฏิบัติ การใช้อำนาจโด...